ตลาดผลไม้พรีเมียมยังเติบโต
โพสต์เมื่อ : 25 เม.ย 2562 เวลา 7:38 น.
ตลาดผลไม้พรีเมียมยังเติบโต
ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันว่าเป็นปีที่สร้างความยากลำบากให้กับผู้ประกอบการธุรกิจไม่น้อย หลายๆคนประสบกับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและอีกหลายปัจจัยส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภค ถดถอยลง ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว หากลยุทธ์ใหม่ๆ ทำงานกันหนักขึ้น
บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้ส่งออก-นำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ เป็นผู้นำในการสรรหาผลไม้คุณภาพสูงหรือผลไม้พรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลกมานำเสนอให้ผู้บริโภคชาวไทย เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เจอกับผลกระทบหลายปัจจัยที่ถาโถมเข้ามา ก็ได้ใช้ประสบการณ์อันยาวนานในธุรกิจผลไม้สดกว่า 30 ปี ผสมผสานกับแนวทางการบริหารแบบคนรุ่นใหม่เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายให้ได้
น.ส.วิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาตลาดผลไม้นำเข้าในประเทศไทยได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะตลาดแมสที่มีผลไม้จากประเทศจีนที่มีราคาถูกเป็นตัวทำตลาด นอกเหนือจากผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจแล้ว นโยบายการห้ามหาบเร่แผงลอยขายบริเวณข้างถนนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสีลม เยาวราช ซึ่งเดิมเป็นแหล่งสำคัญขายผลไม้สด ดีและราคาถูกก็เป็นเหตุผลสำคัญ ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ไม่สามารถขายได้ บางรายหยุดขายกลับบ้านไปต่างจังหวัด บางรายก็ไปหาทำเลใหม่ขายในตามงานแสดงสินค้า ในห้างสรรพสินค้าขายแต่ขายไม่ดีเท่า อีกทั้งต้นทุนค่าเช่าที่แพงขึ้นทำให้ไม่คุ้ม บริษัทได้รับผลกระทบกับตลาดผลไม้นำเข้าแมสมาก ลูกค้าในส่วนนี้หายไปรวมกว่า 100 ราย ซึ่งมีนัยสำคัญกับยอดขายของบริษัทมาก
ในปีที่ผ่านมาได้ทบทวนยอดขาย ทั้งปีอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เป็นยอดขายที่ไม่มีการเติบโต เป็นปีที่ยอมรับว่าเหนื่อยมากเพราะจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รวมไปถึงห้างแห่งหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่อง rebate ทำให้โครงสร้างยอดขายทางตัวเลขหายไปถึง 20% หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 200 ล้านบาท
น.ส.วิภาวีกล่าวว่า สำหรับในปี 2562 นี้ ทางบริษัทจะเน้นการทำตลาดผลไม้พรีเมียมมากขึ้น เช่นองุ่นไร้เมล็ด เขียวและดำ จากสหรัฐฯและออสเตรเลีย ที่มีราคาจำหน่าย กก.ละ 200 ปลายๆถึง 300 บาท เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมาก รวมทั้งแอปเปิ้ล เอนวี่ เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี ส้มแมนดารินจากออสเตรเลียและสหรัฐฯ จะวางแผนให้มีผลไม้ดังกล่าวมีขายตลอดทั้งปี รวมไปถึงการขยายตลาด พรีเมียมไปยังต่างจังหวัดเข้าหาผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดนั้นๆด้วย
เพื่อปรับสัดส่วนยอดขายผลไม้นำเข้าพรีเมียมปัจจุบันในระดับ 800 ล้านบาทให้เติบโตและมีสัดส่วนมากขึ้นรองรับกับผู้บริโภคตลาดบนที่กำลังซื้อยังคงมีความแข็งแกร่ง รวมทั้งผลไม้นำเข้าจากประเทศจีนยอดขายกว่า 2,000 ล้าน
ขณะเดียวกันยังเตรียมการรณรงค์การบริโภคผลไม้ โดยได้หารือกับทางผู้ประกอบการศูนย์การค้าหลายแห่ง รวมไปถึงวอชิงตันแอปเปิ้ล องุ่นจากออสเตรเลีย รวมทั้งองค์กรของรัฐเช่นกระทรวงสาธารณสุข สำหรับการให้ความรู้การดูแลสุขภาพด้วยการบริโภคผลไม้ให้ถูกวิธี ซึ่งจะเป็นการรณรงค์ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการกินผลไม้ก่อนการรับประทานอาหาร ซึ่งจะมีประโยชน์กับสุขภาพมากกว่าการรับประทานหลังอาหาร อาจจะร่วมมือกันรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียของศูนย์การค้าหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้บริโภคต่อไป
ในปี 2562 หรือปีหมูทองนี้ หวังว่าจะเป็นปีที่ดี เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกท่าน โชคดีปีใหม่ครับ.
ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันว่าเป็นปีที่สร้างความยากลำบากให้กับผู้ประกอบการธุรกิจไม่น้อย หลายๆคนประสบกับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและอีกหลายปัจจัยส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภค ถดถอยลง ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว หากลยุทธ์ใหม่ๆ ทำงานกันหนักขึ้น
บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้ส่งออก-นำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ เป็นผู้นำในการสรรหาผลไม้คุณภาพสูงหรือผลไม้พรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลกมานำเสนอให้ผู้บริโภคชาวไทย เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เจอกับผลกระทบหลายปัจจัยที่ถาโถมเข้ามา ก็ได้ใช้ประสบการณ์อันยาวนานในธุรกิจผลไม้สดกว่า 30 ปี ผสมผสานกับแนวทางการบริหารแบบคนรุ่นใหม่เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายให้ได้
น.ส.วิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาตลาดผลไม้นำเข้าในประเทศไทยได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะตลาดแมสที่มีผลไม้จากประเทศจีนที่มีราคาถูกเป็นตัวทำตลาด นอกเหนือจากผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจแล้ว นโยบายการห้ามหาบเร่แผงลอยขายบริเวณข้างถนนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสีลม เยาวราช ซึ่งเดิมเป็นแหล่งสำคัญขายผลไม้สด ดีและราคาถูกก็เป็นเหตุผลสำคัญ ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ไม่สามารถขายได้ บางรายหยุดขายกลับบ้านไปต่างจังหวัด บางรายก็ไปหาทำเลใหม่ขายในตามงานแสดงสินค้า ในห้างสรรพสินค้าขายแต่ขายไม่ดีเท่า อีกทั้งต้นทุนค่าเช่าที่แพงขึ้นทำให้ไม่คุ้ม บริษัทได้รับผลกระทบกับตลาดผลไม้นำเข้าแมสมาก ลูกค้าในส่วนนี้หายไปรวมกว่า 100 ราย ซึ่งมีนัยสำคัญกับยอดขายของบริษัทมาก
ในปีที่ผ่านมาได้ทบทวนยอดขาย ทั้งปีอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เป็นยอดขายที่ไม่มีการเติบโต เป็นปีที่ยอมรับว่าเหนื่อยมากเพราะจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รวมไปถึงห้างแห่งหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่อง rebate ทำให้โครงสร้างยอดขายทางตัวเลขหายไปถึง 20% หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 200 ล้านบาท
น.ส.วิภาวีกล่าวว่า สำหรับในปี 2562 นี้ ทางบริษัทจะเน้นการทำตลาดผลไม้พรีเมียมมากขึ้น เช่นองุ่นไร้เมล็ด เขียวและดำ จากสหรัฐฯและออสเตรเลีย ที่มีราคาจำหน่าย กก.ละ 200 ปลายๆถึง 300 บาท เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมาก รวมทั้งแอปเปิ้ล เอนวี่ เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี ส้มแมนดารินจากออสเตรเลียและสหรัฐฯ จะวางแผนให้มีผลไม้ดังกล่าวมีขายตลอดทั้งปี รวมไปถึงการขยายตลาด พรีเมียมไปยังต่างจังหวัดเข้าหาผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดนั้นๆด้วย
เพื่อปรับสัดส่วนยอดขายผลไม้นำเข้าพรีเมียมปัจจุบันในระดับ 800 ล้านบาทให้เติบโตและมีสัดส่วนมากขึ้นรองรับกับผู้บริโภคตลาดบนที่กำลังซื้อยังคงมีความแข็งแกร่ง รวมทั้งผลไม้นำเข้าจากประเทศจีนยอดขายกว่า 2,000 ล้าน
ขณะเดียวกันยังเตรียมการรณรงค์การบริโภคผลไม้ โดยได้หารือกับทางผู้ประกอบการศูนย์การค้าหลายแห่ง รวมไปถึงวอชิงตันแอปเปิ้ล องุ่นจากออสเตรเลีย รวมทั้งองค์กรของรัฐเช่นกระทรวงสาธารณสุข สำหรับการให้ความรู้การดูแลสุขภาพด้วยการบริโภคผลไม้ให้ถูกวิธี ซึ่งจะเป็นการรณรงค์ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการกินผลไม้ก่อนการรับประทานอาหาร ซึ่งจะมีประโยชน์กับสุขภาพมากกว่าการรับประทานหลังอาหาร อาจจะร่วมมือกันรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียของศูนย์การค้าหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้บริโภคต่อไป
ในปี 2562 หรือปีหมูทองนี้ หวังว่าจะเป็นปีที่ดี เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกท่าน โชคดีปีใหม่ครับ.